วันศุกร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

บันทึก 0



‘ฟู่’ ระเบิดขนาดเล็กจิ๋วปะทุปลายก้านไม้ขีดไฟ สว่างกระพือวาบ
ก่อนเผาไหม้คงที่ ผมดูดอากาศผ่านท่อกระดาษยัดใส้ใบยากลิ่น
ฉุนกึก จรดปลายท่อไปทีเปลวไฟ เพลิงขนาดย่อมลุกลาม ส่งควันขโมง
เข้าระบบทางเดินหายใจ

ผมไอโขลก สะบัดก้านไม้ขีด ‘ไฟดับ’ และดูดอีกครั้ง



ผมพ่นควันรสเฝื่อนสีขาวไหลพรึดออกทวารปาก-จมูก
ควันขาวพุ่งขึ้นฟ้าเร็วเท่าแรงดันปอด ลอยขมวดคว้าง
กลางอากาศ เป็นรูปทรงประหลาด

‘รูปร่างคล้ายถ้วยกาแฟ’ ผมคิด
ตาเหม่อจ้องถ้วยกาแฟไร้น้ำหนักลอยเอื่อยฟุ้งแผ่ว
กระทั่งมันสลายกลายเป็นอากาศธาตุ
และดูดอีกครั้ง

ผมค่อนข้างแน่ใจว่าดูดและพ่นในจังหวะองศา
เดิม แต่กลุ่มควันในอากาศรูปร่างไม่คล้ายเดิม

เมื่อบุหรี่หมดมวน ผมรีดพละกำลังอีกเฮือก
อุ้มสัมภาระชิ้นสุดท้ายโยนขึ้นไปนอนค้างบน
เจ้าหมูกรอบ พร้อมเหวี่ยงเชือกข้ามไปอีกฝั่ง
ผูกเงื่อนพิรอดตรึงของทุกชิ้น ถอยหลังสามก้าว
เดินวนจนมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมออกเดินทาง
จึงเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่ง



‘บรึมมม บรึมมมมม’ เสียงเครื่องยนต์เคำรามแหบแห้งทุ้มต่ำผสาน
เสียง ‘โคร๊ง เคร๊ง โคร๊ง เคร๊ง’จากท่อไอเสียขุมสนิมที่สั่นเทิ้ม
คล้ายรถกำลังจะระเบิด หากใครไม่คุ้นชินคงใจเสียเมื่อนั่งโดยสาร

ผมหมุนเปิดกระจกหน้าต่าง จุดบุหรี่อีกมวน พาดแขนขวาออกนอกรถ
นิ้วชี้-กลางหนีบมวนยา มือซ้ายกระชับพวงมาลัย ตาหลุบมองผ่าน
เครื่องเล่นเทปซังกะบ้วย (ป่วยการที่จะเปิดเพลงฟัง)
สูดควันขาวหนึ่งอึกใหญ่ เท้าซ้ายผ่อนครัช เท้าขวากดคันเร่ง

เจ้าหมูกรอบตะบึงไปข้างหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย





เพื่อนซี้เพียงหนึ่งเดียวของผม ‘เจ้าหมูกรอบ’ รถฮอนด้าซีวิค รุ่นปี
1990 ผมยังจำวันที่ผมพบมันครั้งแรกได้ดีแม้เวลาผ่านมานานร่วม
สิบแปดปี กลิ่นพลาสติกหุ้มเบาะใหม่เอี่ยม เบาะหนังวาววับ แอเย็นเฉียบ
ลำโพงกังวานใส เครื่องยนต์เงียบพอกับเสียงกลนของจิ้งจก สีเคลือบ
รถมันวาวเรี่ยมเรไรไร้ละอองฝุ่นผง

ผมละลายเงินสะสมทั้งหมดของช่วงต้นชีวิตวัยทำงานถอยมันออกมา
จากโชว์รูมทันทีที่เห็น

‘สิบแปดปี’ ผมลำพึงพร้อมดึงความคิดกลับมา กลิ่นพลาสติกหุ้มเบาะ
ลอยกรุ่นในความทรงจำหนึ่งวูบแล้วหายไป



น่าฉงนภาพวันวานเด่นชัดเหมือนมองภาพเขียนที่แขวนอยู่ตรงหน้า
แต่เรื่องราวช่วงเช้าที่ผ่านมากลับเหมือนภาพจิ๊กซอกองทิ้งระเกะระกะ
ไม่ปะติดปะต่อ

ผมดูดนิโคตินลึกสุดปอดพร้อมเรียบเรียงความคิด ตอนเช้าผมยื่น
ใบลาออกอย่างกระทันหัน ผมเป็นคนเดียวในสำนักงานที่ไม่เคยเข้า
งานสาย ไม่เคยใช้โควตาร์ลาพักร้อน ตลอดระยะเวลาทำงานยี่สิบ
สามปี ใช้ว่าผมจะปฏิบัติงานได้โดดเด่นแต่ก็พูดได้เต็มปากว่าไม่เคย
บกพร่องในหน้าที่ถึงขั้นร้ายแรง ช่วงเวลาเช้าของวันธรรมดา
ในความคิดของผู้จัดการ หากจะมีใครสักคนเดินเข้ามายื่นใบลา
ออก ผมมั่นใจว่าผมจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาคิดถึง (แต่ก็เป็นไปแล้ว)

อยู่ๆก็มีความคิดหนึ่งพุ่งพรวดพราดเข้ามาปะทะ ความคิดอันคลุม
เคลือไร้เหตุผลกำกับ ไม่มีสัญญานเตือนล่วงหน้า ผมตอบสนองโดย
การยื่นใบลาออก เก็บข้าวของทุกชิ้นเท่าที่จะทำได้ และออกเดินทางทันที

สถาพการจราจรติดขัดของวันนี้ ดูผ่อนคลายกว่าเคย
แสงสะท้อนระยับบนพื้นยางมะตอยให้ความรู้สึกอบอุ่น
น่าแปลกใจที่ผมไม่รู้สึกกังวนกับอนาคตเหมือนขณะที่มีงานทำ
(ใช่สิตอนนี้ผมตกงานแล้วนิ) เงินเก็บในธนาคารมีพอใช้อย่างมาก
แค่ประมาณหนึ่งปีหรือน้อยกว่านั้น

มีสักกี่ครั้งที่เรามีโอกาสตัดสินใจด้วยความอิสระอย่างแท้จริง
ผมรู้สึกว่าทางตีบแคบแผ่ออกเป็นพื้นที่โล่งไร้สิ้นสุดในชั่วอึดใจ

ไม่มีความคิดเห็น: